เสียงเบรคดัง

เสียงเบรคดัง สัญญาณเตือนภัยที่ไม่ควรมองข้าม

 

ผู้ขับขี่หลายท่านอาจเคยประสบปัญหาเบรกมีเสียงหอนหรือมีเสียงดังผิดปกติ ขณะเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถหรือชะลอความเร็วรถ นั่นเป็นสัญญาณเตือนอันตรายว่าระบบเบรกกำลังมีปัญหา และอาจเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อความปลอดภัย ขอแนะวิธีสังเกตและแก้ปัญหา ดังนี้

วิธีสังเกตและสาเหตุของเสียงเบรก ควรสังเกตโดยฟังเสียงเบรก โดยเฉพาะเสียงที่ดังหลังจากจอดรถทิ้งไว้เป็นเวลานาน หรือหลังจากล้างรถ หากมีเสียงดังในลักษณะความถี่สูง ๆ ต่ำ ๆ สลับกันขณะเหยียบเบรก หรือมีเสียงคล้ายโลหะเสียดสีกัน มักมีสาเหตุจากผ้าเบรกและจานเบรก เช่น ผ้าเบรกหมดจนโลหะเสียดสีกับจานเบรก จานเบรกสึกหรอ จานเบรกเป็นรอย เนื่องจากฝุ่นและหินที่หลุดเข้าไปเสียดสี มีน้ำหรือความชื้นอยู่บนผ้าเบรก

การตรวจสอบระบบเบรก ทดสอบผ้าเบรก โดยแตะเบรกขณะรถเคลื่อนตัว หากเบรกไม่อยู่ให้รีบนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนผ้าเบรกใหม่ทันที

ตรวจสอบจานเบรก หากมีการสึกหรอหรือพื้นผิวไม่เรียบ เป็นรอยขูดขีดหรือรอยเส้น ควรเจียรจานเบรกให้เรียบสม่ำเสมอ กรณีที่จานดิสก์เบรกบางมากเกินไป บิดเบี้ยวหรือแตกหักให้เปลี่ยนใหม่ทันที

การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น หลังขับรถลุยน้ำท่วม หรือหลังล้างรถแล้วผ้าเบรกมีน้ำหรือความชื้นเคลือบอยู่ ให้เหยียบย้ำเบรกแบบถี่ ๆ 2-3 ครั้ง เพื่อไล่ความชื้นออกจากผ้าเบรกตรวจสอบน้ำมันเบรกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม หากน้อยหรือมากเกินไป อาจส่งให้เสียงดังขณะเหยียบเบรก ทำให้ประสิทธิภาพของเบรกลดลง

ผู้ขับขี่ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรกอย่างน้อยปีละครั้งหรือทุก 2 หมื่นกิโลเมตร เพราะหากน้ำมันเบรกเสื่อมสภาพ จะทำให้แรงดันลูกสูบเบรกลดลง จนเกิดการเสียดสีและมีเสียงดัง ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการหยุดรถ นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้ 

 

เมื่อเบรคดัง ควรทำอย่างไร

เบรกได้กลายเป็นชิ้นส่วนของรถยนต์ที่ต้องรับภาระหนัก นอกเหนือไปจากความรับผิดชอบสำคัญความปลอดภัยแล้ว ยังต้องแบกรับภาระในการตอบสนองความรู้สึุกของผู้ใช้รถที่แตกต่าง ตามความชอบและไม่อาจแสดงออกมาเป็นตัวเลขได้ โดยเฉพาะปัญหา ในเรื่องเบรกดัง

 

เมื่อเบรคดัง ควรปฏิบัติเบื้องต้น ดังนี้

 

ตรวจสอบผ้าเบรก 

ผิวหน้าของเบรกเป็นม้นเงาหรือไม่ ผิวหน้าผ้าเบรกเป็นเหมือนกระจก ความร้อนทำให้ผิวหน้าผ้าเบรกแข็งตัว จึงไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพที่แท้จริงของผ้าเบรกได้

มีรอยลักษณะเหมือนจานแผ่นเสียงหรือไม่ รอยที่เกิดจากการเสียดสีกับจากเบรก (rotor)เป็นสาเหตุให้เกิดอาการสั่นเล็กน้อยได้

มีการสึกที่ไม่เสมอกันหรือไม่ อาจมีีความผิดปกติที่คลิปผ้าเบรก (pad clip) หรือ ลูกสูบ (piston) มีการฉุกกระชาก

ตรวจสอบสภาพของซิมและจารบี

ซิมบิดผิดรูป ส่วนที่เคลือบและยางเสื่อมสภาพ

ส่วนที่เป็นยาง มักจะแข็งตัวและหลุดออก เมื่อถูกความร้อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งยางในบริเวณที่ถูกลูกสูบกดมักจะหลุด หรือบิดผิดรูปได้

นอกจากนี้ หากบริเวณที่เป็นเขี้ยวซึ่งอยู่ที่ผ้าเบรกผิดรูปจะทำให้ซิมไม่อยู่ในสภาพที่เหมาะสมด้านหลังผ้าเบรกทาจาระบีไว้อย่างพอเหมาะหรือไม่ จาระบีจะหลุดง่ายเมือโดนความร้อน เศษโคลนห  หรือน้ำ

 

ตรวจสอบผิวหน้าของจานเบรก

ผิวหน้าเปลี่ยนสีออกเป็นสีดำ และเป็นมัันเงาหรือไม่ ความร้อนทำให้ผิวหน้าเกิดรอยไหม้ นอกจากนี้ผงสร้างแรงเสียดทานในผ้าเบรก อาจติดอยู่ที่ผิวจานเบรกได้ มีรอยลักษณะเหมื่อนจานแผ่นเสียงที่ผิวหน้าหรือไม่ เป็นรอยที่เกิดจากการเสียดสีกับผ้าเบรก สีที่เปลี่ยนไปและรอยที่เกิดขึ้นจะทำให้ระบบการสั่นของผ้าเบรก ขณะหยุดรถ เปลี่ยนไปก่อให้เกิดเสียงเบรกได้

 

ตรวจสอบก้ามปู (Disc Caliper)

ต้วก้ามปูบิดผิดรูปหรือไม่ เป็นเรื่องที่เกิิดไม่บ่อยนัก แต่หากถูกกระทบแรงมากๆ ในระยะเวลาหนึ่ง หรือรถที่เกิดอุบัติเหตุตัวก้ามปู จะมีการผิดรูปเล็กน้อย ชิ้นส่วนที่เป็นยางเสื่อมสภาพหรือไม่ เช่น Piston bush, Piston seal, slide pin bush หากชิ้นส่วนที่เป็นยางผิดปกติ จะทำให้ลูกสูบและส่วนที่ Slide ทำงานไม่ปกติ มีอาการกระชาก เป็นต้น คลิปที่ยึดผ้าเบรกด้วยแรงด้วยแรงที่เหมาะสม อาจทำให้เกิดอาการเอียงหรือสั่นเล็กน้อยได้

 เสีียงดัง..เอี็๊ยดๆๆๆ เสียงเสียดสี...หรือการขูดชีดของโลหะเมื่อมีการเสียดสีของวัตถุสองชิ้น ย่อมทำให้เกิดความร้อนรวมทั้่่งเกิดเสียงดัง

 

บทความจาก http://www.supcar.net/article